สมุนไพร รากสามสิบ

สาวร้อยผัว สมุนไพรที่ใกล้ถูกลืม สรรพคุณ ช่วยในการกระชับช่องคลอด ลดตกขาว ปวดประจำเดือน แลปัญหาระบบภายในช่องคลอด แก้อาการวัยทอง บำรุงน้ำนม ประจำเดือนมาไม่ปกติชลอความแก่ แก้ช่องคลอดอักเสบ บำรุงผิวพรรณ

สมุนไพร กระชายดำแท้

กระชายดำเป็นสมุนไพรในกลุ่มร้อน มีรสขม เผ็ดร้อน สรรพคุณสำหรับผู้ชาย ช่วยบำรุงฮอร์โมนเพศชาย กระตุ้นประสาท ทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ สรรพคุณสำหรับ ช่วยบำรุงเลือดสตรี แก้ตกขาว ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ สตรี

สมุนไพร ตรีผลา

ตรีผลา ลดน้ําหนัก ช่วยควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดน้ำหนักและมวลไขมันออกจากร่างกาย ช่วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีอายุยืนยาว

สมุนไพร กวาวเครือขาว

ประโยชน์ของกวาวเครือขาวช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปล่งปลั่งสดใสนุ่มนวลเรียบเนียน เป็นสมุนไพรอายุวัฒนะ มีส่วนช่วยในการชะลอวัย ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย และลดเลือนริ้วรอยบริเวณผิวหน้าและผิวกาย

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

โหระพาแก้ท้องอืด






โหระพา พืชสมุนไพรไทยในครัวเรือน ที่มีกลิ่นหอม มีดอกสีม่วงเข้ม มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่า โหระพา มีคุณประโยชน์เหลือล้น ทั้งแร่ธาติ และวิตามิน

โหระพา มาประโยชน์ต่อผิวพรรณเป็นอย่างมาก โดยหากคุณต้องการรักษาผิวพรรณจากแผลฟกช้ำ แผลเป็นหนอง หรือผดผื่นคัน อันเป็นเหตุที่จะทำให้ผิวหมดสวยดูไม่ขาวใสเรียบเนียน สามารถแก้ไขได้โดยใช้ทั้งต้นสดมาตำ แล้วพอกไปที่บริเวณที่มีอาการอย่างสม่ำเสมอ ไม่นานแผลก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่ทิ้งแผลเป็นใดๆ เอาไว้ให้เป็นที่กังวลใจเลย

แต่โดยทั่วไปเรามักใช้โหระพาในรูปแบบของการนำไปรับประทานซะมากกว่า เช่น ใส่ยำ ใส่แกง โดยเฉพาะสังเกตุ ร้านหมูกะทะ มักจะมีโหระพาเป็นเครื่องเคียงที่สำคัญ

* การรับประทานโดยการทานโหระพาทั้งต้นสดๆ หรือคุณจะนำไปประกอบอาหาร ก็จะช่วยแก้อาการท้องอืด จุดเสียด ปวดกระเพาะอาหาร ประจำเดือนมาไม่ปกติ และปวดศรีษะจากไข้หวัดได้

* ส่วนของเมล็ด เมื่อนำไปแช่น้ำเมล็ดจะพองจากนั้นให้นำไปผสมกับน้ำหวานแล้วก็ดื่ม เป็นเครื่องดื่มที่น่าอร่อยและมีคุณประโยชน์มากมายอีกชนิดได้ โดยการดื่มน้ำหวานเมล็ดโหระพานี้ จะช่วยรักษาโรคทางตาได้ อย่างเช่น โรคตาแดง โรคตาเป็นต้อ เป็นต้น

* มาถึงส่วนที่พวกเราทานกันเป็นประจำ จะเป็นอื่นไปไม่ได้ ก็ต้องเป็นส่วนของใบ ใบสดให้เอาไปคั้นเอาน้ำออกมา แล้วก็ใช้สำลีชุปไปอุดบริเวณที่ปวดฟันเพื่อบรรเทาอาการได้ หรือไม่ก็ให้นำไปผสมน้ำผึ้งจิบเพื่อแก้อาการเจ็บคอ ไอ และหลอดลมอักเสบได้อย่างดีเยี่ยม



มะขามกับความงาม





มะขาม พูดถึงก็เปรี้ยวปาก ทั้งน้ำพริกมะขาม มะขามแช่อิ่ม แกงมะขาม สารพัดเมนูจะบรรยาย โดยเฉพาะตามคันนาบ้านนอก แน่ใจได้เลยว่าไม่มีบ้านไหนที่ไม่มีต้นมะขาม ถ้าจะกินมะขามสดๆ แนะนำเลยให้ลองเลือกฝักเล็กๆ แบนๆ ลีบๆ แล้วก็ต้องไม่ลืมที่จะถือกะปิติดตัวไปด้วยก็ดี เดินไปด้วยจิ้มมะขามกับกะปิไปด้วยรับรองเป็นยาระบายอย่างดี

คุณสมบัติที่โดดเด่นของมะขามที่สำคัญก็คือ ดีต่อระบบขับถ่าย การรับประทานมะขามสดๆ หรือการนำส่วนใบ ดอก หรือมะขามฝักแก่ๆ มาประกอบอาหารรับประทาน จะช่วยให้ร่างกายมีการขับถ่ายที่ดีขึ้น อันทำให้ส่วนเกินที่ไม่ต้องการถูกกำจัดไปได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าท้อง ต้นแขน สะโพก เอว หรือ ต้นขา

คุณประโยชน์อื่นๆ อาทิ

* แก้อาการท้องผูก สามารถรับประทานเนื้อมะขามฝักแก่ๆ สดๆ หรือไม่ก็น้ำมะขามคั้นสด

* แก้อาการท้องเดิน ใช้รากมะขาม 1 กำมือ ต้มในน้ำจนเดือดแล้วดื่ม

* ลดความดันโลหิต ใช้ส่วนของดอกมาต้ม หรือนำไปประกอบอาหารรับประทานเสมอๆ ถ่ายพยาธิ ใช้เมล็ดแก่นำมาคั่วแล้วเอาแต่เนื้อภายในเมล็ดไปแช่น้ำเกลือจนอ่อนตัว แล้วนำมารับประทานครั้งละ 20 เมล็ด

* แก้ไอ และมีเสมหะ สามารถรับประทานมะขามเปียกจิ้มเกลือเพื่อบรรเทาอาการได้เลย

นอกจากนี้ มะขามสุกๆสามารถนำมาทำมะขามเปียก มะขามเปียกมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เช่นเดียวกันกับมะนาวและอุดมไปด้วยกรดผลไม้หลายชนิด ซึ่งดีต่อผิวพรรณอย่างมาก ไม่ว่าจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกจากผิวหนัง รักษาสิวผดผื่น ลดเลือนฝ้า กระ รอยด่างดำให้จางลง และช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส

ประโยชน์การดื่มชาขาว






ชาขาวนั้นถือวามีประโยชน์กับร่างกาย และด้วยกรรมวิธีการผลิตชาขาวที่ผ่านกระบวนการเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ชาขาวเป็นพืชสมุนไพรไทยที่มีคุณค่าและคุณประโยชนมากมาย เรามาดูประโยชน์ของการดื่มชาขาว

* ช่วยให้อ่อนวัย ชะลอความแก่ และลดเลือนริ้วรอย เครื่องดื่มชาขาวมีสรรพคุณมากมาย เหมาะสำหรับผู้หญิงเป็นพิเศษ เพราะมีผลดีในการช่วยลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ช่วยลดเลือนริ้วรอย รวมทั้งลดเลือดสีผิวด่างดำให้เรียบเนียนขึ้น ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น

* ลดความอ้วนด้วยชาขาว เพราะชาขาวช่วยละลายไขมัน ช่วยดูดซึมไขมันในลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยขับปัสสาวะ และลดคลอเรสเตอรอลได้ดี

* ช่วยให้สงบผ่อนคลายความเครียด เพราะเมื่อดื่มชาขาวเข้าไปภายในร่างกาย ชาขาวจะช่วยกระต้นขบวนการขับถ่ายสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยขับไล่ความอ่อนเพลีย จึงทำให้ร่างกายสดชื่น

* อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหาร เช่น วิตามินซี วิตามินบี โพแทสเซียม และสารโพลีฟีนอล ที่มีอยู่ในใบชามีปริมาณมากกว่าชาชนิดอื่น ทำให้ชาขาวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาชนิดอื่นๆ

* ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งผิวหนัง มะเร็งลำไส้ อีกทั้งเครื่องดื่มชาขาวช่วยต้านโรคมะเร็งได้ดีกว่าชาเขียว หรือเครื่องดื่มชาอื่นๆ

* ต้านโรคเบาหวาน มีสรรพคุณในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เพราะสารในชาขาวทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลในเลือดเป็นไปอย่างช้าๆ

* ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ชาขาวมีสรรพคุณช่วยในการชะลอการสะสมไขมันที่หลอดเลือดแดง จึงช่วยลดความเสื่อมของกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ลดลงอีกทั้งยังลดการดูดซึมคลอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมความดันโลหิตสูง






วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คำฝอย ลดไขมัน





ชาดอกคำฝอย เป็นชาเลื่องชื่อให้เรื่องของการช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ซึ่งหาซื้อง่าย และทานง่าย ชาดอกคำฝอย ช่วยส่งเสริมสุขภาพ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ง่ายๆไม่ยาก เราไม่ต้องใช้ดอกสดหรอกนะ หายากเกินไป เอาที่เค้าตากแห้งให้เราแล้ว นั่นหละ เอามาแค่หยิบมือเดียว เอาไปใส่ในน้ำร้อนประมาณครึ่งแก้ว แล้วดื่มเป็นเครื่องดื่มได้ดีทีเดียว

คำฝอย ไม่ได้มีดีแค่ดอก จริงๆแล้วส่วนของดอกแต่ละส่วนนั้นมีประโยชน์ต่างๆกันออกไป ลองมาดูกัน

ดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล จะมีรสหวาน ช่วยบำรุงโลหิตระดู แก้น้ำเหลืองเสีย บำรุงร่างกาย บำรุงโลหิต ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตัน

เกสร ช่วยบำรุงโลหิต

เมล็ดดอกคำฝอย เป็นยาขับเสมหะ แก้โรคผิวหนัง ทาแก้บวม ขับโลหิตประจำเดือน

น้ำมันจากเมล็ดดอกคำฝอย ทาแก้อัมพาตได้

ดอกแก่ เอาไปทำเป็นสีผสมอาหาร

นอกจากนี้คำฝอย ยังมีคุณค่าทางอาหารมากมายชนิดคาดไม่ถึงกันเลย ในเมล์ดคำฝอย จะมีน้ำมันมาก สารในดอกคำฝอย พบว่าแก้อาการอักเสบ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อบางตัวได้ ในประเทศจีนนั้น ดอกคำฝอย ถือเป็นยาเกี่ยวกับสตรี ตำรับยาที่ใช้รักษาสตรีที่ประจำเดือนนมาไม่ปกติ หรือเกิดอาการบวม ฟกช้ำ ก็มักจะนำดอกคำฝอยไปใช้ประโยชน์เสมอ โดยให้นำดอกคำฝอยไปต้มน้ำแล้วแช่เหล้า หรือใช้วิธีตำแล้วเอาไปพอกส่วนที่บวม ปวด แต่ก็มีข้อควรระวังคือ สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทาน เพราะฤทธิ์การขับเลือดประจำเดือนจะส่งผลต่อการขับทารกได้

ข้าวกล้องงอก ทางเลือกสุขภาพ







เคยมีคนมากมายได้กล่างถึงคุณประโยชน์อันคณานัปของข้าวกล้องงอกกันมามากแล้ว และยิ่งมีการศึกษาถึงสาร GABA ในข้าวกล้องงอกอีก ก็ยิ่งที่ให้ข้าวกล้องงอกเป็นพืชสมุนไพรไทยที่เป็นนิยมมากยิ่งขึ้น 

คุณประโยชน์หลักที่ได้รับจากข้าวกล้องงอก คือ ข้าวกล้องที่ผ่านกระบวนการทำให้งอก ซึ่งโดยปกติในตัวข้าวกล้องเองก็ประกอบด้วยสารอาหารจำนวนมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อาทิ  ใยอาหาร กรดไฟติก วิตามินซี วิตามินอี และ GABA  ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ผลิตจากกระบวนการ decarboxylation ของกรดกลูตามิก สาร GABA จะมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท ในระบบประสาทส่วนกลาง นอกจากนี้ GABA ยังถือเป็นสารสื่อประสาทประเภทสารยังยั้ง โดยจะทำหน้าที่รักษาสมดุลในสมองที่ได้รับการกระตุ้น จึงช่วยทำให้สมองเกิดการผ่อนคลายและนอนหลับสบาย อีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นต่อมไร้ท่อ ซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต และยังทำหน้าที่ก่อให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อ รวมทั้งทำให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น 

ดังนั้นในวงการแพทย์จึงได้นำสาร GABA มาใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาทต่างๆ หลายโรค เช่น โรควิตกังวล โรคนอนไม่หลับ โรคลมชัก นอกจากนี้ ยังมีผลงานวิจัยด้านสุขภาพยืนยันว่า การบริโภคข้าวกล้องงอกที่ประกอบด้วยสาร GABA จำนวนมากนั้น มีผลช่วยลดความดันโลหิต ลด LDL ลดอาการอัลไซเมอร์ ลดน้ำหนัก ทำให้ผิวพรรณดี ตลอดจนยังช่วยโรคเกี่ยวกับระบบประสาทส่วนกลางได้อย่างดี ซึ่งก็ส่งผลต่อเนื่องถึงโรคอื่นๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน 

ดังนั้น เครื่องดื่มข้าวกล้องงอก จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าจับตามองในด้านสุขภาพ

วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ทานถั่วเหลืองลดไขมัน






ทางเลือกสำหรับคนกินเจที่ใส่ใจสุขภาพอีก 1 อย่าง คือ เครื่องดื่มธัญพืช หากเป็นในตลาดก็น้ำเต้าหู้ แต่การพัฒนาด้านเทคโนโลยีก้าวไกลมาก ดังนั้นจากน้ำเต้าหู้จึงพัฒนามาเป็น น้ำนมถั่วเหลือง และครองแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดในช่วงเทศการเจ ทั้งนี้เพราะนมถั่วเหลืองเป็นอาหารที่ไม่มีคลอเรสเตอรอลและมีไฟเบอร์สูง เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญสำหรับผู้ที่กินเจและมังสวิรัติ เพราะถั่วเหลืองมีสารอะมิโนแอซิคที่จำเป็นต่อร่างกาย จากการศึกษาคุณประโยชน์ของถั่วเหลืองต่างก็ยืนยันว่า ถั่วเหลืองมีประโยชน์ในการลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด ลดอาการวัยทอง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคกระดูกพรุน 

และเมื่อพูดถึงส่วนประกอบทางโภชนาการของนมถั่วเหลืองเปรียบเทียบกันนมวัว แม้ว่านมถั่วเหลืองจะมีปริมาณโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินต่างๆ น้อยกว่านมวัว แต่ยังคงมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะโปรตีนที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นอยู่ครบถ้วน นมถั่วเหลืองยังมีข้อดีกว่านมวันบางประการ นั่นคือ นมถั่วเหลืองมีส่วนประกอบของใยอาหาร และธาตเหล็กมากกว่านมวัว

นอกจากนี้ในถั่วเหลืองยังมีสาร ไอโซฟลาโวนส์ ซึ่งมีคุณสมบัติ ดังนี้
ช่วยเพิ่มไขมันดี ลดไขมันเลว จัดเป็นสมุนไพรควบคุมน้ำหนักได้
ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งบางชนิด
ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เพราะถั่วเหลืองมีโปรตีนและแคลเซี่ยมสูง
ใช้ทดแทนน้ำนมวัว ในเด็กที่แพ้นมวัวและแพ้แลคโตสในนม
เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากเป็นอาหารที่ไม่มีคลอเรสเตอรอลและมีไฟเบอร์สูง
เป็นแหล่งโปรตีนสำคัญสำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติเพราะถั่วเหลืองมีสารอะมิโนแอซิคที่จำเป็นต่อร่างกาย

ดังนั้นหากบ้านไหนมีผู้สูงอายุก็มาช่วยกันรณรงค์ให้ดื่มน้ำนมถั่วเหลืองกันเยอะๆเพื่อให้ผู้เป็นที่รักของเราอายุยืนยาว


กินผักโขมลดโรค





ผักโขม ถือเป็นยาสมุนไพรเป็นตัวช่วยเพิ่มพลังให้กับร่างกาย หากินผักโขมแล้วก็จะแข็งแรง ซึ่งความทรงจำนี้มีมาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์วัย โดยเฉพาะป๊อปอาย กินแล้วกล้ามโตมาก ปัจจุบันผักโขมมีราคาค่อนข้างแพงในบางชนิด และเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นโดยเฉพาะในร้านอาหารประเภทชาบู หรือที่เราเรียกกันว่า hot pot สุกี้ ก็มักจะมีผักโขมอยู่ในเมนูสุขภาพด้วย

แต่เราไม่รู้กันหรอกว่า คนโบราณเค้าใช้ผักโขมเพื่อเป็นอาหารบำรุงน้ำนม หรือแม้แต่ใช้เป็นยาช่วยดับพิษภายในและภายนอก แก้ริดสีดวงจมูก รักษาฝีแผลผุพอง รวมถึงแก้อาหารคันตามผิวหนังกันมานานแล้ว

เมื่อประโยชน์มากแบบนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงไม่หยุดนิ่งและก็ได้ทำการศึกษาต่อจนพบว่าในผักโขมนั้นประกอบไปด้วย แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินซี เบต้าแคโรทีน โดย สารต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซีและเบต้าแคโรทีน จะช่วยทำให้การทำงานของหัวใจดีขึ้น หรือแมกนีเซียมในผักโขมก็จะช่วยควบคุมให้ความดันโลหิตอยู่ในระดับปกติได้ ที่สำคัญยังพบอีกว่า ผู้หญิงที่กินผักโขมมากๆก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่ได้ด้วย 

นอกจากนี้ในกลุ่มเวทีการประชุมหัวข้อเรื่อง อัลไซเมอร์ นั้น ได้มีการศึกษาต่อว่า ผักโขมรวมถึงบร็อกโคลี่สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความจำเสื่อมของผู้หญิงได้ โดยพบว่าผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปที่ทานพวกผักดอก ผักใบเขียวพวกบร็อคโคลี่ ผักโขม และผักกาด มีทักษะในการพูด มีความตั้งใจ มากกว่าผู้ที่ไม่นิยมทานผัก

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว มื้อถัดไปก็อย่าลืม มีเมนูผักโขมอยู่บนโต๊ะอาหารด้วยนะ

มะเขือพวงจิ๋วแต่แจ๋ว





มะเขือพวงพืชสมุนไพรไทยเห็นเม็ดเล็กๆแบบนี้ ใครจะไปรู้ว่า โอ้โฮ! สรรพคุณมหาศาล แต่ใครหลายๆคนก็คงไม่ค่อยชอบมะเขือพวงสักเท่าไหร่เพราะเป็นพืชที่มีรสค่อนข้างเฝือน ไม่ขม ไม่หวาน และไม่อร่อย แต่รู้กันมั้ยชาวอินเดียใต้เค้านิยมเอามะเขือพวงไปแช่นนมเปรี้ยวแล้วก็เอาไปตากแห้ง และเก็บไว้เป็นเครื่องเคียงในการใส่แกงแขก 

มะเขือพวงมีสารอาหารมากมาย อาทิ ธาตุแคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็กค่อนข้างสูง ปลูกง่ายโตเร็ว และส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรูพืชด้วย ครั้งนี้เรามาดูความสำคัญของเพ็กทินในมะเขือพวงกัน
มะเขือพวงมีสารเส้นใยละลายน้ำได้ที่เรียกว่า เพ็กทิน ซึ่งเป็นสารที่พบในผนังเซลล์ของพืช ผัก และผลไม้ต่างๆ เมื่อผานการกิน เพ็กทินจะเปี่ยนรูปเป็นวุ้นไปเคลือบผิวลำไส้ และช่วยเพิ่มความหนืดของอาหาร ทำให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ช้า ลำไส้จึงดูดซึมแป้งและน้ำตาลที่ย่อยแล้วได้ช้าลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อนข้างคงที่ การดูดซึมคอเลสเตอรอลจากอาหารหรือน้ำดีลดลง และเกิดการสร้างน้ำดีขึ้นมาทดแทน

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า เพ็กทินในมะเขือพวงนั้นยังมีคุณสมบัติดูดซับไขมันส่วนเกินจากอาหาร ลดการดูดซึมอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรทเข้าสู่ร่างกาย สารเส้นใยนี้ยังสามารถดึงน้ำไว้ได้เป็นจำนวนมาก จึงช่วยเพิ่มปริมาณอจุจาระ และกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ ที่ลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียในระบบทางเดินอาหารย่อยเพ็กทินให้กรดไขมันขนาดเล็กซึ่งเป็นประโยชน์กับร่างกายและยังพบอีกว่า ในจำนวนมะเขือ 3 ชนิด คือ มะเขือยาว มะเขือเปราะ และมะเขือพวง มะเขือพวงจะมีปริมาณเพ็กทินมากที่สุด ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ผู้ที่ต้องการลดความดัน ลดคลอเลสเตอรอลมาทานมะเขือพวงกัน



วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

พริกขี้หนูกับโรคหัวใจและหลอดเลือด






สารที่ให้ความเผ็ดร้อนในพริกขี้หนู พืชสมุนไพรไทย เรานั้นเรียกว่า แคปไซซิน ซึ่งแคปไซซินจะกระจายอยู่ทุกส่วนของผลพริก แต่ส่วนที่เผ็ดมากที่สุด นั้นก็คือ ส่วนของรก หรือส่วนที่เป็นไส้ของพริกซึ่งเป็นที่เกาะของเม็ดนั่นเอง ส่วนเม็ดและเปลือกของพริก ก็มีปริมาณแคปไซซินน้อยกว่า

สารแคปไซซินในพริกขี้หนู นอกจากจะให้ความเผ็ดร้อนแล้วยังมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวด ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและข้อ ซึ่งปัจจุบันมีผู้นำมาทำเป็นเจลทาแก้ปวดกล้ามเนื้อ นอกจากนั้น แคปไซซินยังมีส่วนเพิ่มการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารและที่น่าสนใจคือ ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดด้วย

ผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือด สารแคปไซซินสามารถยับยั้งการหดตัวของหลอดเลือด ส่งผลให้มีการขยานตัวของหลอดเลือดทำให้มีเลือดไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณนั้นได้มากขึ้น 

ผลต่อการจับกลุ่มของเกล็ดเลือด ถ้าเกล็ดเลือดมีการจับกลุ่มกันง่าย หรือมากกว่าปกติจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้มากขึ้น เพราะเลือดสามารถจับตัวกันเป็นก้อนแล้วอาจไปอุดกั้นหลอดเลือดโดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจ ก็จะทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด นอกจากนี้ยังพบอีกว่า แคปไซซินสามารถลดการจับกลุ่มของเกล์ดเลือดได้ จากการศึกษา เมื่อเราให้ผู้ทดลองกินพริกขี้หนู สด 5 กรัมสับละเอียดพร้อมน้ำ 1 แก้ว แล้ววัดค่าการจับกลุ่มของเกล็ดเลือดหลังจากกินทันที จนถึงประมาณ 1 ชั่วโมงหลังกิน พบว่ามีการยืดระยะเวลาของการจับกลุ่มของเกล็ดเลือดออกไป ซึ่งส่งผลภายใน 30 นาทีหลังการกินพริกขี้หนู เข้าไป และหากให้คนกินพริกขี้หนู วันละ 5 กรัมพร้อมอาหารปกติ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่าการจับกลุ่มของเกล็ดเลือดก็มีการยืดระยะเวลาออกไปเช่นกัน

กระเทียมกับโรคทางเดินอาหาร






แพทย์จีนได้มีการใช้กระเทียมเป็นสมุนไพรรักษาโรคมานานแล้ว โดยเฉพาะการรักษาเกี่ยโรคทางเดินอาหาร เช่น การติดเชื้อในลำไส้ ท้องเสีย บิด ท้องอืด ท้องเฟ้อ หากผู้ป่วยมีอาการท้องเสียติดต่อกันหรือมีอาการท้องเสียเรื้อรังหรือเป็นบิด สามารถทานกระเทียมได้ กระเทียมจะไม่ทำลายแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ และจะเลือกทำลายเฉพาะแบคทีเรียตัวร้ายเท่านั้น กระเทียมมหัศจรรย์นี้ยังช่วยบำรุงกระเพาะอาหารให้แข็งแรงอีกด้วย

หรือถ้าคุณจำเป็นต้องเดินทางไปไกลๆ อากาศอาจเปลี่ยนแปลงกะทันหัน อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องเดิน ซึ่งอาจเกิดมาจากสภาพอากาศ อาหารที่ไม่คุ้นเคย อาการอันเลวร้ายหลายๆอย่างจะทุเลาลงได้ เพียงแค่คุณพกเอากระเทียมแคปซูลติดตัวไปด้วย หรือก่อนหน้าที่เดินทางหากคุณทราบล่วงหน้าสักสองสัปดาห์ก็ให้รับประทานกระเทียมแคปซูลวันละสองเม็ดทุกวันก่อนการออกเดินทาง ก็จะช่วยให้เกิดการปรับสภาพกระเพาะอาหารและลำไส้ของคุณให้แข็งแรงขึ้นได้ คุณจะได้เดินทางอย่างสบายใจ สบายท้อง จะไม่มีปัญหาในเรื่องของท้องเดิน ท้องเสียมากวนใจกวนอารมณ์ด้วย

สารอัลลิซินในกระเทียม สามารถยังยั้งเชื้อแบคทีเรียที่มักจะก่อให้เกิดโรคได้ถึง 15 ชนิด โดยเฉพาะพวกที่ดื้อยาที่ใช้กันทั่วไป เช่น เพนนิซิลิน อัลลิซิน กลับมายับยั้งได้ดีกว่าพวกไม่ดื้อยา นอกจากนี้ยังมี สารกาลิซิน ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อที่มีพิษต่อลำไส้ได้ดี และสารตัวนี้ยังสามารถฆ่าเชื้อบิดมีตัวได้ 

กระเทียมสามารถบรรเทาอาการอักเสบ จึงช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง ดังนั้นในต่างประเทศจึงได้มีการทดลองนำสารสกัดจากกระเทียมมาทดลองกับคนไข้ ที่มีอาการท้องอืดเฟ้อ พบว่าสารดังกล่างสามารถระงับอาการปวดท้องและขับลมได้

กระเทียมจึงนับได้ว่าเป็นสมุนไพรไทย ที่ทั้งคู่ครัว และช่วยรักษาโรคได้เป็นอย่างดี

คุณประโยชน์ของชาเขียว







การดื่มชาเขียววันละ 1 ถ้วย จะทำให้มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น แต่ถ้าดื่มวันละ 4-5 ถ้วยจะได้คุณประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย ถือเป็นสมุนไพรไทยชั้นดีอีก 1 ประเภท

1.ชาเขียว มีสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก เช่น สาร Catechins ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจ มีการศึกษาพบว่าการดื่มชาเขียววันละ 1 ถ้วย จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจได้ประมาณ 10%

2.สารตัวสำคัญที่พบในชาเขียว อันได้แก่ วิตามินเอ ในรูปของเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี แต่สารที่ส่งผลให้ชาเขียวมีสรรพคุณต่อสุขภาพ ก็คือ สาร EGCG มีคุณสมบัติต้านเชื้อโรคและต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมาก

3.สารคาเทซิน โพลีฟีนอล ในชาเขียวมีคุณสมบัติ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีกว่าวิตามินอี ถึง 20 เท่า ช่วยชะลอริ้วรอยหรือภาวะแก่ก่อนวัย ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของชาเขียวช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว โรคหัวใจ ชะลอความชรา ลดขบวนการทำลายสารพันธุกรรมและยับยั้งการก่อมะเร็ง

4.ชาเขียว มีประสิทธิภาพในการลดระดับคลอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี(LDL)  ยังยั้งการก่อตัวของลิ่มเลือด ลดความดันโลหิต ทำให้อัตราเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจลดลง และนอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มระดับไขมันที่ดี (HDL) ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขมันอุดตันหลอดเลือดได้

5.ชาเขียว ช่วยลดพิษหรือล้างพิษออกจากร่างกาย โดยเฉพาะสารพิษจากบุหรี่ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง มีฤทธิ์ในการยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ เนื้องอก และ เซลล์มะเร็งได้

6.ชาเขียว ลดอัตราการแพร่กระจายของมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งต่อลูกหมาก มะเร็งเหล่านี้สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการบริโภคเนื้อวัวมากเกินไปและไม่ค่อยรับประทานอาหารที่มีใยสูงเท่าที่ควร