สมุนไพร รากสามสิบ

สาวร้อยผัว สมุนไพรที่ใกล้ถูกลืม สรรพคุณ ช่วยในการกระชับช่องคลอด ลดตกขาว ปวดประจำเดือน แลปัญหาระบบภายในช่องคลอด แก้อาการวัยทอง บำรุงน้ำนม ประจำเดือนมาไม่ปกติชลอความแก่ แก้ช่องคลอดอักเสบ บำรุงผิวพรรณ

สมุนไพร กระชายดำแท้

กระชายดำเป็นสมุนไพรในกลุ่มร้อน มีรสขม เผ็ดร้อน สรรพคุณสำหรับผู้ชาย ช่วยบำรุงฮอร์โมนเพศชาย กระตุ้นประสาท ทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ สรรพคุณสำหรับ ช่วยบำรุงเลือดสตรี แก้ตกขาว ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ สตรี

สมุนไพร ตรีผลา

ตรีผลา ลดน้ําหนัก ช่วยควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดน้ำหนักและมวลไขมันออกจากร่างกาย ช่วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีอายุยืนยาว

สมุนไพร กวาวเครือขาว

ประโยชน์ของกวาวเครือขาวช่วยบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง เปล่งปลั่งสดใสนุ่มนวลเรียบเนียน เป็นสมุนไพรอายุวัฒนะ มีส่วนช่วยในการชะลอวัย ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย และลดเลือนริ้วรอยบริเวณผิวหน้าและผิวกาย

วันอังคารที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพรบำรุไต อาการการรักษา โรคไต ฟอกไต โรคไตห้ามทานอะไร


          โรคไต เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย ที่สำคัญคือไม่มีอาการ กว่าจะรู้ตัวแล้วมาพบแพทย์อาการก็หนักมากแล้ว จากผลการสำรวจพบว่าคนไทย ประมาณ 17.5% ป่วยเป็นโรคไตชั่วโมงละเกือบ 5 คน ที่สำคัญคือการรักษาผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ทั้งกสมุนารฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง การผ่าตัดเปลี่ยนไต ต้องใช้งบประมาณเฉลี่ย 250,000 บาท ต่อคนต่อปี ยังไม่นับรวม ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าเสียโอกาสในการทำมาหากิน เรียกว่าล้างไต 1 ปี ซื้อรถได้ 1 คัน ถ้าล้างไต 3 ปี บางคนออาจสร้างบ้านได้ 1 หลัง เลยทีเดียว ด้วยนี้หากไม่ป่วยเป็นโรคไต ก็จะดีที่สุด       
ลดพุง ลดเสี่ยง เลี่ยงไตเสื่อม  
          สาเหตุของโรคไตเรื้อรังมักมาจาก "โรคเบาหวาน" และ"โรคความดันโลหิตสูง" ดังนั้นคนที่มีโรคประจำตัวเป็น 2 โรคนี้ ควรดูแลระดับน้ำตาลในเลือดและความดันฯ ให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ส่วนคนที่สุขภาพดีควรหมั่นดูแลน้ำหนักตัวและเส้นรอบเอวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพราะ คนอ้วนจะมีความเสี่ยงเป็นโรคไตเพิ่มขึ้น 2 เท่า ส่วนคนที่มีรอบเอวมากกว่าครึ่งหนึ่งของส่วนสูงจะมีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อินซูลินขี้เกียจทำงานเสี่ยงเป็นเบาหวานได้
     
    จากข้อมูลข้างต้นพบว่า แม้หญิงสาวจะมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่มีรอบเอวมากกว่าครึ่งหนึ่งของส่วนสูง (เส้นรอบเอวที่เหมาะสมสำหรับหญิงสาวรายนี้คือไม่ควรเกิน 78.5 เซนติเมตร) ในทางการแพทย์จึงถือว่าหญิงสาวมีภาวะอ้วนลงพุง เป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดทั้งดรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง อีกทั้งพ่อและแม่ก็ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงทั้งคู่ในอนาคตมากขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันโรคไตจึงควรตั้งต้นลดพุงเพื่อลดโรค ป้องกันไตเสื่อมก่อนเป็นอันดับแรก
            การกินอาหารก่อนนอนปริมาณมาก โดยเฉพาะอาหารประเภทไขมันและแป้ง ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานส่วนเกินมาเก็บไว้ในตู้กับข้าวที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย ซึ่งก็คือพุงของเรานั่นเอง ดังนั้นสาวๆ คนไหนที่อยากบอกลาพุงย้อยๆ ลองงดมื้อดึก หรือลองเลือกมื้อดึกที่ให้พลังงานต่ำดูนะคะ         
 ลดเค็มไว้ ไตไม่พัง
          นอกจากนี้ยังควรระมัดระวังอาหารเค็มด้วยเพราะมีโซเดียมสูงทำให้ความดันโลหิตสูงได้ วิธีการลดเค็มสามารถทำได้โดยไม่ปรุงน้ำปลาหรือเครื่องปรุงเพิ่มระหว่างกินอาหารกรณีที่ซื้ออาหารนอกบ้านกินเป็นหลัก ก็ควรหลีกเลี่ยงการกินน้ำในอาหารเช่น น้ำแกง น้ำผัดผัก ฯลฯ ที่สำคัญหากมื้อไหนมีการกินอาหารเค็ม ควรกินคู่กับผัก หรืออาจดื่มน้ำผักปั่นแทนน้ำผลไม้ที่ดื่มเป็นประจำแทนก็ได้ เพราะผักเป็นแหล่งของโพแทสเซี่ยมที่สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ แล้วก็อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าตามมากๆ เพื่อกระตุ้นให้โซเดียมขับออกจากร่างกายในรูปของปัสสาวะ หรืออาจใช้การออกกำลังกาย ทำงานบ้านเพื่อช่วยขับสารโซเดียมออกทางเหงื่อแทนก็ไม่เลวค่ะ
          นอกจากการกินอาหารตามธงโภชนาการแล้ว ในหนึ่งวันเราควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 1.5-2 ลิตร หรือ 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงสารเสพติดรวมถึงควันบุหรี่ และแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะควันบุหรี่เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าร้อยละ 60 ของผู้ที่สุบบุหรี่มีแนวโน้มป่วยเป็นโรคไต สิ่งสำคัญอีกประการคือการออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 30-60 นาทีต่อวัน หรือ 150 นาทีต่อสัปดาห์ เช่น เดินเร็ว ขึ่จักรยาน ว่ายน้ำ ฟุตบอล แบดมินตัน หรือเทนนิส เป็นต้น
          หากเราสามารถรักษาพฤติกรรมที่เหมาะสมได้ ตามที่กล่าวมา เชื่อว่าทุกท่านจะมีน้ำหนักตัวและเส้นรอบเอวอยู่่ในเกณฑ์เหมาะสมและเป็นผู้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคไต ในอนาคตได้อย่างแน่นอน         
 กินป้องกันไตด้วยเทคนิค ลดพุง ลดอ้วน ลดโรค
  • ·         มื้อเช้าอย่าให้ขาด เพราะถ้าขาดเราจะหิว แล้วทำให้กินเยอะในมื้อถึดไป
  • ·         มื้อเช้ากินอย่างราชา กลางวันธรรมดา เย็นอย่างยาจก คือจัดสรรปริมาณอาหารให้กินในมื้อเช้ามากสุด รองลงมาคือกลางวัน และเย็นน้อยสุด หากกินกลับกันก็จะทำให้พุงพลุ้ยรอบเอวเกินในที่สุด
  • ·         กินอาหารสมดุลตามธงโภชนาการ กองโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข คือ 
  • ·         กินข้าวแป้ง เน้นแบบไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลสวีต ข้าวกล้อง 8-12 ทัพพี ต่อวัน
  • ·         กินผัก 5 สี 4-6 ทัพพีต่อวัน 
  • ·         กินผลไม้ 3-5 จานรองถ้วยกาแฟต่อวัน
  • ·         เลือกเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่นเนื้อปลา ไข่ อกไก่ เนื้อหมูแดง 6-12 ช้อนกินข้าวต่อวัน
  • ·         เสริมแคลเซียมด้วยนมไขมันต่ำ หรือนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม 1-2 แก้วต่อวัน
  • ·         กินน้ำมัน น้ำตาล และเกลือแต่น้อยเท่าที่จำเป็น    



เวปไซต์  www.thaiherbweb.com
Line ID>> @ THAIHERBWEB
Line code>>http://line.me/ti/p/%40thaiherbweb
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

ย่านาง หญ้านาง ย่านางสรรพคุณรักษาโรค ปรับสมดุล แก้โรคข้อ



ย่านาง เป็นพืชสมุนไพรที่ใช้เป็นอาหารและเป็นยามาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ หมอ ยา โบราณ ชมชอบให้หญ้านางเป็นยาอายุวัฒนะหมื่นปีแบบไม่มีแก่โดยเฉพาะสามารถรักษาโรคต่างๆได้ช่วยปรับสมดุลและฟื้นฟูเซลล์ต่างๆในร่างกายเนื่องจากในย่านางแคปซูลนั้นมีวิตามินคลอโรฟิลล์ที่มีคุณภาพดีเยี่ยม ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันกับต่อต้านโรคต่างๆได้อย่างเยี่ยมยอด   ปัจจุบันนี้โรคไข้หวัดที่กำลังระบาดหนักอยู่ในเมืองไทยพร้อมด้วยทั่วโลกขณะนี้หากร่างกายสามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลาก็สามารถนำพาชีวิตให้รอดพ้นจากโลกร้ายเหล่านี้ได้ คุณลักษณะพิเศษของย่านางที่มีอรรถประโยชน์ต่อตัวมนุษย์คือสามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างได้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วยคุณลักษณะพิเศษนี้เองจึงช่วยลดการเจริญเติบโตของเซลล์ร้ายในร่างกายได้ โดยเฉพาะเซลล์มะเร็งที่กำลังคุกคามคนไทยอยู่ในขณะนี้
จากบทความหนังสือ"ย่านางสมุนไพรมหัศจรรย์" เขียนโดย ใจเพชร มีทรัพย์ นักวิชาการสาธารณสุขนักบำบัดสุขภาพทางเลือก ครูฝึกแพทย์แผนไทย ได้กล่าวถึงความมหัศจรรย์ของย่านางไว้มากมายว่าใบย่านางมีฤทธิ์เย็นแพทย์แผนโบราณใช้ใบย่านางช่วยปรับสมดุลบำบัดไม่ก็บรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินพบว่าใบย่านางเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้ในการระแวดระวังคุ้มครองรักษาพร้อมกับฟื้นฟูเซลล์ร่างกายของคนในยุคนี้เกี่ยวกับคนส่วนใหญ่จะมีภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไป อันเนื่องมาจากผู้คนส่วนใหญ่มีความเครียดสูง มักถูกบีบคั้นกดดันจากสภาพสังคมกับเศรษฐกิจให้ต้องแก่งแย่งแข่งขันเร่งรีบเร่งร้อนสิ่งแวดล้อมถูกทำลายก็มีมลพิษ มากขึ้นต้นไม้ที่ให้ออกซิเจนร่มเย็น ให้ความชุ่มชื้นก็ถูกทำลายจนเหลือน้อยโลกจึงร้อนขึ้นอาหารและเครื่องดื่มบนเปื้อนสารเคมีมากขึ้นตั้งแต่กระบวนการเริ่มผลิตทางการเกษตรที่ใช้สารเคมีกันอย่างมากมายจนถึงการปรุงอาหารผู้คนอยู่กับเครื่องไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัยหลัก ที่ทำให้คนเจ็บป่วยด้วยภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไป
ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องปรับวิถีการใช้ชีวิตใหม่ พยายามทำทั้งร่างกายและจิตใจให้อยู่ในภาวะสมดุลเกี่ยวกับหลีกเลี่ยงโรคภัยที่อาจจะมาเบียดเบียนเราได้โดยไม่รู้ตัว ย่านางเป็นต้นไม้ที่พบในแหล่งธรรมชาติป่าทั่วไปที่มีความชุ่มชื้นบริเวณป่าผสมผลัดใบ ป่าดงดิบและป่าโปร่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมทั้งภาคอื่นๆก็มีกระจายทั่วไปย่านางเป็นต้นที่ขึ้นในดินทุกชนิดและปลูกได้ทุกฤดูขยายพันธุ์โดยการใช้หัวใต้ดินเผาแก่ที่ติดหัวปักชำยอดหรือการเพาะเมล็ดเป็นไม้ที่สร้างง่ายโดยปลูกเป็นหลุมหรือยกร่องก็ได้

ประโยชน์ที่พบในย่านาง

สภาพหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไปสามารถใช้ใบย่านางปรับสมดุลบำบัดหรือบรรเทาได้โดยเฉพาะโรคตาแดงตาแห้งแสบตาปวดตาตามัวขี้ตาข้นเหนียวหรือไม่ค่อยมีขี้ตามีสิวมีฝ้ามีตุ่มแผลออกร้อนในช่องปากหรืออักเสบนอนกรนปากคอแห้งริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุยผมหงอกก่อนวัย รูขุมขนขยายโดยเฉพาะบริเวณหน้าอกคอทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไข้ขึ้นปวดหัวตัวร้อนครั่นเนื้อครั่นตัวมีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่างๆ ของ

ร่างกายเส้นเลือดฝอยแตกใต้ผิวหนังมีรอยจ้ำเขียวครั้งปวดบวมแดง ร้อนตามร่างกายหรือตามข้อกล้ามเนื้อเกร็งค้างกดเจ็บเป็นตะคริวบ่อยๆผิวหนังผิดปกติคล้ายรอยไหม้เกิดฝีหนองน้ำเหลืองเสียตามร่างกาย ท้องผูกอุจจาระแข็งหรือเป็นก้อนเล็กๆคล้ายขี้แพะบางครั้งมีท้องเสียแก้ปัสสาวะมีปริมาณน้อยสีเข้มปัสสาวะบ่อย ออกร้อนท้องแสบท้อง อ่อนเพลียกับหลับขณะเดินทาง โรคที่เกิดจากสมดุลแบบร้อนเกินไปได้แก่ โรคหัวใจ เป็นหวัดร้อนไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษ เป็นริดสีดวงทวาร หอบหืด เป็นต้น การนำใบย่านางมาใช้รักษาโรคสามารถทำได้โดยการเพิ่มคลอโรฟิลล์ให้กับร่างกายคลอโรฟิลล์ในใบย่านาง จะช่วยคุ้มครองเซลล์ฟื้นฟูเซลล์กับสมดุลบำบัดหรือว่าบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไปอย่างนี้


สารสำคัญที่พบในย่านางรากหญ้านาง มี รสจืดขมกระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ ปรุงยาแก้ไข้รากสาด ใข้กลับไข้ผิด ไข้ผิดสำแดงไข้เหลือ ไข้หัวสุกใส ฝีดาษ ไข้กาฬ รับประทานแก้พิษเบื่อเมาแก้เมาสุราแก้พิษภายในให้ตกสิ้น บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ แก้โรคหัวใจ ใช้ถอนพิษผิดสำแดง ท้องผูก แก้กำเดา แก้ลมส่วนสารสำคัญที่พบในรากย่านาง ได้แก่ ไอโซควิโนโลนอัลคาลอยด์ จากการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่าสารสกัดจากรากย่านางมีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิพารัมในหลอดทดลองได้

การใช้คุณประโยชน์

ทางอาหาร  น้ำคั้นจากต้นและใบสามารถนำมาดื่มสด ประกอบอาหารต่างๆ เช่นซุปหน่อไม้ แกงหวาย แกงหน่อไม้

ทางยา เหง้า รากหญ้านางสามารถใช้แก้ไข้ได้ทุกชนิดโดยใช้ครั้งละ 1 กำมือหนัก 15 กรัมต้มน้ำดื่ม 3 ครั้งก่อนอาหาร

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID>> @ THAIHERBWEB
Line code>>http://line.me/ti/p/%40thaiherbweb
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สมุนไพร รักษาโรค: สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด โรคเบาหวานท...

สมุนไพร รักษาโรค: สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด โรคเบาหวานท...: สมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน โรคเบาหวาน เกิดจากตับอ่อนผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ , หรือเซลล์ร่างกายไม่ตอบสนองอย่างเหมาะสมต่ออินซูลินที่ผลิต , อย่...

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ

ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านอนุมูลอิสระ

สมุนไพรมีบทบาทเกี่ยวกับการป้องกันการเกิดโรคพร้อมกับชะลอความเสื่อมของร่างกาย คือ การต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของ การเกิดโรค พร้อมด้วยความเสื่อมของร่างกาย แนวทางการป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง คือ การเสริมสร้างภูมิต้านทาน การรั้งรอความแก่ของเซลล์ต่างๆ การเพิ่มการไหลเวียนเลือดพร้อมทั้งรักษาหลอดเลือดแข็งตัวรวมทั้งเสริมการทำงานอย่างเป็นระบบของอวัยวะทุกส่วน ซึ่ง สมุนไพรที่มีบทบาทดังกล่าว ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ยอ หญ้าปักกิ่ง เป็นต้น
ฟ้าทะลายโจร ชื่อวิทยาศาสตร์ Andrographis paniculata (Burm.f.) Wall.Ex Nees สมุนไพรฟ้าทะลายโจรได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ในการกระตุ้นภูมิต้านทานในร่างกายและจิตใจ และได้ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติของประเทศไทย ใช้บรรเทาอาการของโรคหวัด (Commom cold) เช่นเจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ น้ำมูกไหล พร้อมทั้งบรรเทาอาการท้องเสียไม่ติดเชื้อ 
ฟ้าทลายโจร มีการใช้เพื่อจะการบำรุงหวัดมาอย่างยาวนานในประเทศจีน และมีรายงานการวิจัยว่า ฟ้าทะลายโจรช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ทั้งแบบการสร้างแอนติบอดี เพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอดมี่เข้ามาในร่างกายและกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวชนิดแมก
โครฟาจให้จับกินเชื้อโรคได้ดีขึ้น กลไกการออกฤทธิ์ของสาระสำคัญในฟ้าทะลายโจรต่อร่างกายมี 3 กลไก คือ
·       มีฤทธิ์ลดไข้ ต้านการอักเสบ พร้อมด้วยลดอาการจากหวัด
·       มีฤทธิ์ลดการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส พร้อมทั้งทำให้ความสามารถของเชื้อไวรัสในการเกาะติดกับผนังเซลล์ลดลง จึงทำให้เชื้อไวรัสเข้าสู่เซลล์ได้ยากขึ้น
·       มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายและจิตใจสามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ดีขึ้น
อีกทั้งยังมีความปลอดภัยในการกินระยะยาว พร้อมทั้งมีการรับรองฟ้าทะลายโจรรักษาหวัดจากองค์การอนามัยโลกอีกด้วย
ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรในสตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร เนื่องจากว่ามีการศึกษาพบว่า น้ำต้มฟ้าทะลายโจรมีผลทำให้หนูทดลองแท้งได้
ห้ามใช้ฟ้าทะลายโจรบรรเทาอาการไข้หรือเจ็บคอจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Steptococcus group A ซึ่งมีอาการรุนแรง และการติดเชื้อแบคทีเรียกกลุ่มนี้คงทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ไข้รูมาติก โรคหัวใจรูมาติกและไตอักเสบ
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคควรกินฟ้าทะลายโจรตามคำแนะนำดังนี้
·       การใช้เพราะ บรรเทากิริยาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ คืออุจจาระไม่เป็นมูกหรือมีเลือดปน ให้กินครั้งละ 500 มิลลิกรัม ถึง 2 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน
·       การใช้เพื่อ บรรเทาอาการของโรคหวัด (common cold) เช่น เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ให้กินครั้งละ 1.5-3 กรัม วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารพร้อมทั้งก่อนนอน
“ฟ้าทะลายโจร” สมุนไพรที่มีประวัติการใช้มาอย่างยาวนาน และเป็นสมุนไพรที่มีจำนวนการศึกษาวิจัยมากที่สุดชนิดหนึ่งในระดับนานาชาติ ประเทศที่มีการแพทย์ดั้งเดิมที่มีรากฐานมั่นคงอย่างอินเดียและจีน ก็มีประวัติการใช้ฟ้าทะลายโจรมานับพันปี โดยจีนได้ค้นพบสาระสำคัญในฟ้าทะลายโจร มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2436 วงการแพทย์จีนได้จัดฟ้าทะลายโจรเป็นยาตำราหลวงที่มีสรรพคุณเด่นมากตัวหนึ่ง สามารถใช้เป็นยาเดี่ยวได้ครอบคลุมหลายสรรพคุณ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ หวัด ปวดท้อง ท้องเสีย

สำหรับการใช้ฟ้าทะลายโจรในประเทศไทยนั้น จำกัดอยู่ในหมู่หมอพื้นบ้านในบางพื้นที่ โดยมีการใช้ในสรรพคุณเดียวกันกับจีน พร้อมกับเริ่มมีการใช้อย่างแพร่หลายในสังคมไทยมากขึ้น เมื่อราว พ.ศ.2528 ในเวลาต่อมาได้มีการศึกษาวิจัยการใช้ฟ้าทะลายโจรในการลดอาการเจ็บคอ ท้องเสีย ในระดับนานาชาติ ซึ่งการวิจัยฟ้าทะลายโจร ในคน นับเป็นการค้นคว้าที่มีคุณภาพสูง จากการค้นคว้าดังกล่าวข้างต้นพบว่า ฟ้าทะลายโจร สามารถลดอาการปวดหัว อ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว นอนไม่หลับ เจ็บคอ น้ำมูกไหล อาการไอ จาม พร้อมด้วยทำให้หายจากหวัดได้เร็วขึ้นลดระยะเวลาการขาดงานโดยมีกลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ การเพิ่มภูมิคุ้มกัน การลดการอักเสบ ทำให้ไวรัสเข้าเซลล์ได้ลดลง ฟ้าทะลายโจรจึงเป็นสมุนไพรที่มีอรรถประโยชน์ในการบรรเทาหวัดมาก เนื่องจากหวัดเป็นโรคที่ไม่มียาแผนปัจจุบันรักษา ต้องพึ่งภูมิต้านทานในตัวคน นอกจากนี้ การศึกษาทางเภสัชวิทยายังพบว่า ฟ้าทะลายโจร มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันหัวใจ ต้านมะเร็ง โดยเหตุนั้น ฟ้าทะลายโจรยังมีแนวโน้มที่ดีในการพัฒนาเป็นยาต้านมะเร็งที่กำลังเป็นสาธารณะสุขที่สำคัญของโลก
ฟ้าทะลายโจรเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง มีการศึกษาด้านพิษวิทยาทั้งระยะเฉียบพลัน พิษกึ่งเรื้อรัง และพิษเรื้อรัง พบว่ามีความปลอดภัย จึงอนุญาตให้มีการค้นคว้าวิจัยในเด็กอายุระหว่าง 4-11 ขวบ อีกด้วย นอกจากนี้ ฟ้าทะลายโจรยังเป็นสมุนไพรที่องค์การอนามัยโลกให้การยอมรับ และได้มีผลิตภัณฑ์ ฟ้าทะลายโจรจำหน่ายในยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย ในรูปแบบผลิตภัณฑ์อนามัยในการป้องกัน และรักษาหวัด
ประเทศไทยได้บรรจุให้ฟ้าทะลายโจรอยู่ในปัญชียาหลักตั้งแต่ พ.ศ.2542 ขนาดที่แนะนำให้กินคืน วันละ 3-6 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ และกินวันละ 1.5-3 กรัม แบ่งให้วันละ 4 ครั้งหลังอาหารและก่อนนอน เพื่อบรรเทาอาการหวัด
ถึงฟ้าทะลายโจรจะมีความปลอดภัยสุงในขนาดที่แนะนำให้ใช้แต่ก็ห้ามใช้ในคนท้อง พร้อมกับ ห้ามใช้ในคนที่แพ้สมุนไพรตระกูล Acanthaceae ซึ่งการแพ้นี้พบชนิดที่มีการแพ้ที่รุนแรงด้วย  ซึ่งการแพ้แบบรุนแรงดังกล่าวแม้ว่าจะพบได้น้อยก็ตาม แต่ก็สามารถเกิดได้ทั้งจากยา วัคซีน และสารเคมี เช่นยาในกลุ่มเพนิซิลลิน จากอาหารจำพวกไข่ นม แป้งสาลี นมถั่วเหลือง อาหารทะเล เป็นต้น  การติดคำเตือนว่าผลิตภัณฑ์นั้นทำให้แพ้แบบรุนแรงได้นั้น จึงเป็นสิ่งที่ดี กับควรทำในทุกผลิตภัณฑ์ ทั้งยาแผนปัจจุบัน ยาจากสมุนไพร อาหารสำเร็จรูปต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะฟ้าทะลายโจรเพียงอย่างเดียว เหตุว่าจะทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสใช้สมุนไพรที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง ที่สามารถปลูกเองใช้เองได้มีความปลอดภัยสูง มีงานวิจัยรองรับและสามารถเป็นที่พึ่งด้านสุขภาพอนามัยให้กับประชาชนและประเทศ ในยามที่ประเทศกำลังถกเถียงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของคนในประเทศ

การดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่การป้องกัน คือการรักษาที่ดีที่สุดค่ะ

 เวปไซต์ thaiherbweb.com

Line ID>> @ THAIHERBWEB
Line code>>http://line.me/ti/p/%40thaiherbweb
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214
E-MAIL : thaiherbweb@gmail.com

สมุนไพรบำรุงไต อาการการรักษา โรคไตห้ามทานอะไร

สมุนไพรบำรุงไต


อวัยวะแต่ละส่วนของร่างกายเรานั้น ต่างมีความสำคัญและมีการทำงานแตกต่างกันไปตามหน้าที่ของตัวเอง และหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญและทำงานหนักมากพอสมควรนั่นก็คือ อวัยวะที่เรียกว่า ไต นั่นเองค่ะ ไตของเรามีหน้าที่กรองของเสีย และสารเคมีออกจากร่างกายของเรา พร้อมช่วยปรับสมดุลของน้ำและเกลือแร่ของเราให้เป็นปกติ และในระหว่างวันของคนในยุคนี้จะเห็นได้ชัดค่ะว่าเราก็ต่างกินอาหารที่เต็มไปด้วยโซเดียมที่มีปริมาณสูง และแน่นอนว่า อาหารที่อร่อยๆ มีให้เราได้เลือกบริโภคมากมาย แต่ไม่มีประโยชน์รวมถึงบางอย่างก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งอาจทำลายสุขภาพไตของเราให้เสื่อมลงไปทุกวันๆ ได้นั่นเองค่ะหากรู้อย่างนี้แล้ว เราก็ควรที่จะถนอม และ บำรุงไตของเราให้ดีๆ เพื่อให้ไตของเรานั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์แบบไปนานๆ นั่นเองถึงแม้ว่าวันนี้ เรายังสนุกกับการกินอาหารอร่อยๆ ตามใจปากได้อยู่นั้นก็แสดงว่า ไตของเรายังไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่เมื่อมีสารไม่ดีสะสมเป็นเวลานานก็เป็นไปได้ว่า ไตของเรานั้นจะเสื่อมถอยลงได้ในที่สุดค่ะ ร่างกายก็ไม่ต่างจากเครื่องจักร หากใช้งานหนักโดยไม่ได้รับการบำรุงรักษาเป็นเวลานาน ก็สามารถที่จะพังแล้ว ต้องมาซ่อมแซมรักษากันในภายหลัง ซึ่งก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป  ซึ่งหลายคนก็คงอยากจะทราบแล้วใช่ไหมละค่ะว่า อาหารที่เรากินในชีวิตประจำวันนั้น จะมีอะไรบ้างที่สามารถช่วย บำรุงไต ของเราได้ และ สมุนไพรรักษาโรคไตไม่มี แต่สามารถช่วยป้องกัน บรรเทา ทำให้เราหลีกเลี่ยงจากโรคไต และ การฟอกไต ได้ค่ะ  ซึ่งหลายคนก็คงอยากจะทราบแล้วใช่ไหมละค่ะว่า  จะมีอะไรบ้างที่สามารถช่วย บำรุงไต และ โรคไตห้ามทานอะไร

อาการ


  • อาการปัสสาวะผิดปกติ เนื่องจากไตและกระเพาะปัสสาวะทำงานสัมพันธ์กัน เมื่อไตเกิดผิดปกติจึงส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะผิดปกติไปด้วย อาการผิดปกติของปัสสาวะมีดั้งนี้ ปัสสาวะขัด ปัสสาวะลำบาก เจ็บ ต้องออกแรงแบ่ง ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะสะดุดกลางคัน ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ ปัสสาวะเป็นฟองมาก ปัสสาวะเป็นเลือด
  • อาการบวม ผู้ป่วยโรคไตส่วนมากมีอาการบวมตามที่ต่างๆ ของร่างกาย เช่น บวมรอบดวงตาและที่บริเวณใบหน้า บวมที่เท้า หากใช้นิ้วกดไปตรงบริเวณที่บวมแล้วมีรอยบุ๋มลงไปให้สันนิษฐานไว้เลยว่าเป็นโรคไต
  • อาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง เอว กระดูกและข้อ โดยจะมีลักษณะการปวดคือ รู้สึกปวดที่บั้นเอวหรือบริเวณชายโครงด้านหลังและมักปวดร้าวไปถึงท้องน้อย ขาอ่อน หัวหน่าว และที่อวัยวะเพศ
  • ความดันโลหิตสูง เป็นอาการสำคัญที่บอกให้รู้ว่าคุณมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรัง ยิ่งผู้ป่วยเป็นความดันโลหิตสูงมานานและไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะที่สมดุล ยิ่งมีความเสี่ยงมากกว่าปกติโดยอาจจะเป็นโรคไตเรื้อรังและโรคหลอดเลือดแดงในไตตีบ


การรักอาจแบ่งได้เป็น 4 วิธีหลักๆ ด้วยกัน คือ



  • การตรวจค้นหาและการวินิจฉัยโรคไตที่เหมาะสม การตรวจค้นหา หรือวินิจฉัยโรค ที่ถูกต้องได้ในระยะต้นๆ ของโรค ย่อมมีโอกาสได้รับผลการรักษาดีกว่าการเข้าวินิจฉัยล่าช้า
  • การรักษาที่สาเหตุของโรคไต เช่น การรักษานิ่วไต การหยุดยาซึ่งเป็นพิษต่อไต การควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ให้ดีอย่างสม่ำเสมอ การใช้ยาที่เหมาะสม กับโรคเนื้อไตอักเสบแต่ละชนิด เป็นต้น
  • การรักษาเพื่อชะลอความเสื่อมของไต แม้แพทย์จะรักษาสาเหตุของโรคไตแล้วแต่ผู้ป่วยจำนวนมากอาจมีการทำงานของไตที่เสื่อมลงกว่าปกติ เพราะเนื้อไตบางส่วนถูกทำลายไปไตส่วนที่ดีซึ่งเหลืออยู่จะต้องทำงานหนักขึ้นทำให้ไตเสื่อมการทำงานมากขึ้นตามระยะเวลาและมักเกิดไตวายในที่สุด ดังนั้นการชะลอการเสื่อมของไต อันได้แก่ การควบคุมอาหารให้เหมาะ กับการทำงานของไตที่เหลืออยู่ การใช้ยาเพื่อช่วยปรับสารต่างๆ ที่เป็นพิษต่อไต การควบคุมความดันโลหิตให้ดี เป็นต้น
  • ยาที่มีผลชลอไตเสื่อม ได้แก่ ยากลุ่ม ACEI Inhibitors (Angiotensin Converting Enzyme Inhibitors)  ซึ่งได้แก่ยา Enalapril Captopril Lisinopril และramipril



การรักษาทดแทนการทำงานของไต (การล้างไตและการผ่าตัดปลูกถ่ายไต) เมื่อไตวายมากขึ้นจนเข้าระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาด้วยการล้างไตหรือการผ่าตัดปลูกถ่ายไต


อาหาร หรือสมุนไพรที่เราจะสามารถหากินได้ง่าย แถมมีประโยชน์มีสรรพคุณในการบำรุงไตของเราให้แข็งแรงสมบูรณ์ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างยาวนานนั้นก็มีมากมาย  เริ่มจาก อาหารประเภทที่มีสีดำเช่น เช่น ถั่วดำ เห็ดหอม งาดำ เห็ดหูหนูดำ พุทราจีน น้ำลำไย ฯลฯ และก็ยังมีสมุนไพร อย่างเช่น เห็ดหลินจือ กระชาย ลูกหม่อน ซังข้าวโพด ไหมข้าวโพด นมถั่วเหลือง หญ้าหนวดแมว ใบข่อย กระเทียมสด กะหล่ำปลี เม็ดบัว แป๊ะก๋วย เป็นต้น
  
งาดำ มีฤทธิ์กลางๆ หรือภาษาหมอไทยเรียกมีฤทธิ์สุขุม รสหวาน เหมาะสำหรับบำรุงตับ ชำระตับบำรุงสายตา เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ช่วยบำรุงไตให้แข็งแรง สุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ดวงตาแจ่มใส มองชัดเจนยิ่งขึ้น       งาบดต้มกับน้ำ  ดื่มบำรุงร่างกาย ช่วยขับเลือดลม ขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดลมเดินทางสะดวก ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ลดการดูดซึมน้ำตาล ขับไอเย็นออกจากร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ   ผู้ป่วยโรคไตควรดื่มงาบ่อยๆ จะช่วยลดภาระการทำงานของไต เพราะช่วยขับเลือดเสีย ตลอดจนขับพิษที่อยู่ในเลือด เป็นการทำความสะอาดเลือดเบื้องต้น ทำให้ไตทำงานน้อยลง ส่งผลให้ไตของผู้ป่วยชะลอการเสื่อมได้ยิ่งดี
     

   เห็ดหลินจือ คลิกที่นี่สำหรับหลินจือ ถูกที่สุดในเวปไทย มีคุณค่าสูงมากในทางสมุนไพร ทั้งในศาสตร์ของแพทย์ แผนจีนและแผนไทย ซึ่งคัมภีร์โบราณ เซนหลุง” (Shen Lung's Medica) และ คัมภีร์ เสินหนงเปินเฉาที่เป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนเขียนไว้ว่าเห็ดหลินจือเป็น เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) และยกย่องให้เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุด เห็ดหลินจือเป็นที่คาดหวังกันไว้ว่าจะสามารถบรรเทาหรือรักษาโรคไตเรื้อรังได้อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ได้นำสรรพคุณของเห็ดหลินจือมาทดลองรักษาผู้ป่วยโรคไต ปรากฏว่าช่วยลดปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะได้ และช่วยชะลออาการไตเสื่อมได้ดี   
       ปัญหาของผู้ป่วยโรคไตคือจะมีสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบอยู่ในเลือดสูงในขณะที่สารต้านการอักเสบจะลดต่ำลง จากการศึกษาพบว่าเห็ดหลินจือ ช่วยลดการอักเสบของเยื้อเยื่อในร่างกายได้   ในตำราแพทย์แผนไทยใช้เห็ดหลินจือเป็นยาขับปัสสาวะกันมานานมากแล้ว จะใช้ต้มกับน้ำทำเป็นยาหม้อดื่มเพื่อใช้ล้างพิษที่ตกค้างในไต ขับปัสสาวะ และ ใช้เป็นยาบำรุงไตขนานเอก



กระเทียมสด จะมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีสรรพคุณในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา รวมทั้งป้องการโรคหัวใจโรคหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไต และการอักเสบต่างๆ



อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผลไม้แห้งทุกชนิด ทุเรียน มะขาม แคนตาลูป น้ำลูกยอ มะเขือเทศ ผักใบเขียว หัวผักกาด กล้วย ส้ม มะละกอ ขนุน เป็นต้น
ฟอสฟอรัส เมื่อไตวาย ร่างกายจะมีปัญหาการดูดซึมแคลเซียม และการกำจัดฟอสฟอรัสจะทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมน้อยและมีฟอสฟอรัสในเลือดมากเกินไป
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ รำข้าว เนยแข็ง นมและผลิตภัณฑ์จากนม นมข้นหวาน ไข่ปลา ไข่แดง กุ้ง ปู ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ผงฟู ถั่วเมล็ดแห้ง น้ำอัดลมสีดำ เป็นต้น
โปรตีน เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ผู้ป่วยโรคไตก็ยังต้องรับประทานอาหารที่ให้โปรตีน แต่ควรจำกัดปริมาณอาหารที่มีโปรตีนสูงทั้งจากพืชและเนื้อสัตว์ไม่ให้มากเกินไป เพื่อเป็นการลดการทำงานของไต  อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันและคอเลสเตอรอลมาก (เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ หนังหมู หนังเป็ดและไก่ เนื้อหมูและเนื้อวัวติดมัน ซี่โครงหมูที่ติดมันมาก หมูหัน เป็ดปักกิ่ง หมูสามชั้น หมูกรอบ เป็ดย่าง ห่านพะโล้ ไข่ปลา ไข่กุ้ง) เนื้อสัตว์ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบ ซึ่งทำให้ไตทำงานขับถ่ายของเสียหนักขึ้น (เช่น เอ็นหมู เอ็นวัว เอ็นไก่ หูฉลาม ตีนเป็ด ตีนไก่ หนังสัตว์ กระดูกอ่อน รวมทั้งถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ และขนม อาหารที่มีไส้ถั่ว)  ซึ่งอาหารและสมุนไพรเหล่านี้ สามารถช่วยบำรุงไตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยรักษา และป้องกันอาการไตวาย และไตอักเสบได้ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายในส่วนต่างๆ ได้ และอีกมากมายคุณประโยชน์ที่ร่ายกายจะได้รับอย่างแน่นอนส่วนการป้องกันไม่ให้เป็นโรคไตนั้น ก็สามารถทำได้ไม่ยากค่ะ เพียงแค่เราเลือกรับประทานอาหาร ผักผลไม้ ที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ควรกินอาการที่มีสารปนเปื้อน หรือรสจัดจนเกินไป โดยเฉพาะรสเค็มจัด เพราะการรับประทานโซเดียมในปริมาณที่สูงนั้น ส่งผลให้ไตทำงานหนักได้เช่นกันค่ะแล้วอย่าลืมที่จะหมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคมีภัยนะคะและควรเลือกทาน ผักผลไม้ อาหาร หรือสมุนไพรที่บำรุงไตให้แข็งแรง เพราะสุขภาพที่ดี ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วยค่ะ

เวปไซต์ thaiherbweb.com
Line ID>> @ THAIHERBWEB
Line code>>http://line.me/ti/p/%40thaiherbweb
เบอร์โทร 0973199029, 0805842717, 021387031, 0863515214